บุพเพสันนิวาส EP.13 4 เม.ย. 61 เรื่องย่อ ตอนที่13 วิญญาณเกศสุรางค์หลุดออกจากร่าง - บ้านน้อยดอทคอม

ดูละคร บุพเพสันนิวาส ย้อนหลัง ล่าสุด ทุกตอน บุพเพสันนิวาส ep.13 ออกอากาศวันที่ 4 เมษายน 2561 เวลา 20.20 น.ทางทีวีช่อง3 เรื่องย่อ ตอนที่13 เมื่อวิญญาณของเกศสุรางค์หลุดออกจากร่างของการะเกด ทำให้เธอให้รู้ว่าความจริงแล้วเธอมีน้องสาวฝาแฝด แต่ได้จากไปตั้งแต่คลอดออกมาแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามได้ที่นี่

บุพเพสันนิวาส ละครพีเรียดย้อนยุค,แนวหนังรักหวานโรแมนติกและดราม่า
ออกอากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธุ์ 2561 ทางไทยทีวีช่อง3
บทประพันธ์ รอมแพง
บทโทรทัศน์ ศัลยา สุขะนิวัตติ์
กำกับการแสดงโดย ภวัต พนังคศิริ
ดารานักแสดงนำ ธนววรรธน์ วรรธนะภูติ,ราณี แคมเปน,หลุยส์ สก๊อต,สุษิรา แน่นหนา,ปรมะ อิ่มอโนทัย,กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล,นิรุตติ์ ศิริจรรยา,ชไมพร จตุรภุช,อำภา ภูษิต,รมิดา ประภาสโนบล และดารานักแสดงดังๆอีกมากมาย 

เรื่องย่อ บุพเพสันนิวาส ep.13 (ตอนที่13)

หลายวันถัดมาปริกได้มาบอกบ่าวในเรือนว่าวันนี้ขุนศรีฯจะกลับมา แต่ละคนพากันวิ่งไปนั่งตั้งตารอขุนศรีโดยไม่สนใจปริก ด้านออกญา
และแม่หญิงจำปาทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจที่ลูกชายจะกลับมา ส่วนเกศสุรางค์ไม่ต้องพูดถึงเอาดอกไม้ทัดหูจนโดนดุแต่ก็ยังทำ เพราะถือว่าไม่เสียหาย เกศสุรางค์ตื่นเต้นไม่แพ้ใครในบ้านและแอบบ่นว่า หมอนของตนตอนนี้คงเน่าถึงไหนแล้ว พอขุนศรีก้าวมาถึงทุกคนก็เห็นตามกันคือขุนศรีกอดห่อหมอนของการะเกดมาด้วย ทั้งสองมองตากันซึ้งดีใจด้วยกันทั้งคู่

มาลีได้แอบฟังฟอลคอนคุยกับฝรั่ง เลยร้อนใจรีบมาเล่าให้กับเกศสุรางค์ฟัง ว่ากลับมาจากฝรั่งเศสครานี้จะมีทหารตามมาด้วย600คน นางคิดว่าสามีของตนต้องทำการไม่ดีเป็นแน่ เกศสุรางค์ก็ได้แต่ปลอบใจและมองมาลีว่าให้ตักเตือนฟอลคอนให้กลับตัวกลับใจยังทัน

เกศสุรางค์ได้เข้าไปหอสมุดในเรือนออกญาโหราธิบดี เป็นสิ่งที่เธอชอบอยู่แล้ว หยิบหนังสือมาอ่านอย่างมีความสุข พออ่านจบก็ลุกสำรวจนั่นนี่ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น พลันก็ไปเห็นพานสีทองวางอยู่บนตู้ บนพานมีสมุดข่อยอยู่พับหนึ่ง เกศสุรางค์ดีใจที่จะได้เห็นสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยเห็น จึงเอื้อมมือไปแตะพานเพื่อจะหยิบสมุดข่อยมาอ่าน เมื่อมือเกศสุรางค์แตะโดนสมุดแค่ปลายนิ้วเท่านั้น ทันใดนั้นเกศสุรางค์มีความรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว และความรู้สึกของเกศสุรางค์ก็ดับวูบลงทันที

ทางด้านขุนศรีวิสารวาจาได้อ่านสิ่งที่พระวิสุทธสุนทรบันทึกให้ขุนนารายณ์ฟังอย่างสำราญพระทัย ว่าด้วยที่ฝรั่งเศลนั้นหนาวเหน็บพระเจ้าหลุยส์ได้พระราชทานเสื้อขนสัตว์และหมวกให้ใส่ ด้านขุนหลวงนารายณ์อยากรู้ว่าหนาวแค่ไหน พระวิสุทธสุนทรเล่าว่าหนาวจนมือไม้แข็งขยับไม่ได้เลย แต่หากวันใดมีเกล็ดขาวๆตกลงจากฟ้าจะไม่หนาวเท่าไหร่ ขุนหลวงนารายณ์ทรงพูดเย้าแหย่เหล่าขุนนาง ว่าหนาวๆอย่างนั้นไม่มีใครได้เมียฝรั่งกันบ้างหรือ และยังทรงแหย่ถามขุนศรีวิสารวาจาว่าไม่มีเมียให้คิดถึง แต่ขุนศรีบอกว่าคิดถึง คิดถึงคนทางนี้ที่กำลังจะแต่งเป็นเมีย พูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ว่าหญิงอันเป็นที่รักกำลังจะจากไป

ในระหว่างพายเรือกลับขุนศรีใจก็คิดถึงแต่การะเกดเพราะตั้งแต่กลับมายังไม่ได้พูดคุยกันเท่าไหร่นัก ทางด้านวิญญาณของการะเกดเมื่อเห็นเกศสุรางค์แน่นิ่งไปได้แต่ลุกลี้ลุกลนอยากช่วยเกศสุรางค์แต่ทำอะไรไม่ได้ จึงผ่านประตูออกไปหวังไปเรียกคนอื่นมาช่วยแต่ก็ไม่มีใครเห็นร่างของการะเกด จนการะเกดไปปรากฏกายให้ผินกับแย้มเห็นและเอ่ยว่าตนกำลังจะตาย ทำให้ผินกับแย้มวิ่งวุ่นหาออกญาและคุณหญิงจำปา และบอกจวงและปริกว่าแม่นางของตนกำลังจะตาย แต่ละคนพากันวิ่งวุ่นพาการะเกด ปริกตื่นตระตกและวิ่งไปทางหอสมุดและไปพบร่างของการะเกดแน่นิ่ง ซึ่งมีพานทองและสมุดข่อยตกอยู่ข้างๆทุกคนกรี๊ดร้อง จนคุณหญิงจำปาตกใจว่าพวกบ่าวเป็นอะไรกัน

ขณะนั้นขุนศรีวิสารวาจาเรือเทียบท่า ได้ยินเสียงร้องของคนบนเรือนก็รีบกระโจนขึ้นจากเรือ เพราะกลัวว่าแม่ของตนจะเป็นอะไรไป โดยที่ไม่คิดว่าจะเป็นคนรักของตนแทน คุณหญิงจำปาตามมาหอสมุดปริกก็รีบรายงานว่า แม่หญิงการะเกดตายแล้ว คุณหญิงจำปาเอ็ดเอาและบอกว่าการะเกดแค่เป็นลม แต่ปริกพูดด้วยเสียงที่เป็นห่วงการะเกดอย่างแท้จริง เมื่อขุนศรีก้าวมาเห็นร่างของหญิงที่รักของตนแน่นิ่งก็ตกใจ เอามือแตะที่จมูก ก็ใจหายและได้อุ้มร่างของการะเกดไปที่หอนอนของเธอและสั่งให้บ่าว ตามออกหลวงเวชภักดีมาให้เร็วและบอก แม่ของเขาว่าแม่หญิงการะเกดกำลังจะตาย เมื่อออกหลวงเวชภักดีมาถึงตรวจดูอาการแล้วถึงกับแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นอาการแบบนี้มาก่อน เนื้อตัวอุ่นมีลมหายใจอ่อนเสมอกัน ก่อนหน้านี้นางได้ไปจับต้องหรือกินอะไรมาหรือไม่ ปริกจึงบอกว่าเจอการะเกดนอน อยู่ข้างกับพานทอง และ สมุดข่อย ขุนศรีและออกญามองหน้ากันรู้ทันทีว่าเป็นเพราะ"คัมภีร์กฤษณะกาลี"เป็นแน่

ขุนศรีวิสารวาจาร้อนรนใจกลัวเกศสุรางค์จะไม่กลับมาอีก ด้านออกญาผู้เป็นพ่อเอง ก็อดที่จะใจหายไม่ได้ ไม่แตกต่างจากคุณหญิงจำปา ผิน,แย้ม และปริกซึ่งตกอยู่ในอาการเดียวกันคือไม่อยากให้การะเกดตาย ต่างร้องไห้กันระงม ขุนศรีอดใจทนรอไม่ไหวจึงขอร้องพ่อให้สวดมนต์"กฤษณะ กาลี"ด้านผู้เป็นพ่อถามลูกชายว่า แน่ใจแล้วหรือหาก สวดมนต์กฤษณะกาลีแล้วการะเกดคนเดิมกลับคืนมา ขุนศรีจะรับได้และจะรักนางเหมือนกับผู้ที่อยู่ในร่างของการะเกด ขุนศรีตกใจที่ผู้เป็นพ่อรู้เหมือนกับตน แต่ขุนศรีก็ยืนยันจะสวดมนต์ถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้นตนก็จะยอมรับ

ทั้งสองพ่อลูกจึงทำพิธีสวดมนต์"กฤษณะกาลี"ด้านเกศสุรางค์ยืนมองร่างของการะเกดที่แน่นิ่งอยู่ก็ตกใจ คิดว่าตนคงตายแล้วจริงๆและในระหว่างที่ตนออกจากร่างของการะเกดนั้น เธอได้ไปพบกับอาจารย์ชีปะขาวและอาจารย์ชีปะขาวก็ได้ทำให้เกศสุรางไปเห็นเธอในภพที่เธอจากมา และเธอก็ได้รู้ความจริงว่า จริงๆแล้วเธอมีพี่น้องฝาแฝด ซึ่งได้จากไปตั้งแต่คลอดออกมา และเธอก็ได้รู้อีกว่าจริงๆแล้ว"เรืองฤทธิ์"เพื่อนสนิทที่ตนแอบมีใจให้นั้น แท้จริงแล้วเป็นคนๆเดียวกันกับขุนศรีวิสารวาจานั่นเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตาม บุพเพสันนิวาส ep.13 ได้ทางทีวีช่อง3

ดูละคร บุพเพสันนิวาส สด ออนไลน์ ได้ทางทีวี ช่อง3 ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20น.และ ดูละครบุพเพสันนิวาส ย้อนหลัง ล่าสุด เรื่องย่อ ทุกตอน ได้ทางอินเตอร์เน็ต และ ติดตาม ได้ที่นี่ บ้านน้อยดอทคอม

tags: #บุพเพสันนิวาสย้อนหลัง #บุพเพสันนิวาสep.13

 

 video บุพเพสันนิวาส ย้อนหลัง ep.13 วันที่ 4 เม.ย.61