วันนี้บ้านน้อยมีเทคนิคและเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆแต่ว่า เป็นวิธีการที่ทำให้การเลี้ยงไก่งวงที่ว่ายากให้รอดปลอดภัยจนโตได้มาฝากกัน เคล็ดลับนี้บ้านน้อยได้ศึกษาและได้เลี้ยงเองประคบประงบเอง และทำจนสำเร็จเอง บ้านน้อยก็เลยนำมาฝากแฟนๆที่รักของบ้านน้อยทุกท่านคะ

จากบทความก่อนๆที่บ้านน้อยได้เขียนเรื่องความรู้ด้านการเกษตรต่างๆของบ้านน้อย บ้านน้อยก็ได้นำความรู้จากเพื่อนจากพี่จากญาติ ที่ทำการเกษตรและเป็นความรู้มานำเสนอ บ้านน้อยเขียนเรื่องการเกษตรและศึกษาเรื่องการเกษตรจนเข้าเนื้อเข้าไปในหัวใจก็ว่าได้ จนเกิดเป็นความรักในการทำการเกษตร แต่ก็ไม่ทิ้งการเขียนบทความหรือเว็บไซต์ เพราะสิ่งหนึ่งรักสิ่งหนึ่งชอบแถมไปด้วยกันได้ บ้านน้อยก็เลยตั้งใจทำทั้งสองอย่างให้ควบคู่กันไปคะ

 

เข้าเรื่องไก่งวงดีกว่านะคะ อย่าพึ่งเบื่อที่จะอ่านนะคะ บ้านน้อยรับรองว่าอ่านแล้วไม่ผิดหวังแน่นอนคะ บ้านน้อยได้ศึกษาเรื่องไก่งวงมานานแล้วและได้ลองเลี้ยงมาแบบถามคนนั้นทีคนนี้ที ถามวิธีเลี้ยงจากฟาร์มที่ไปซื้อลูกไก่งวงก็ถาม แต่สุดท้ายก็ไม่รอดซื้อมา100ตัวจะเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง บ้านน้อยไม่ท้อคะ เริ่มใหม่เมื่อต้นฝนประมาณเดือนพฤษภาคม 2560 บ้านน้อยก็ไปซื้อลูกไก่งวงมาใหม่ ตัวละ150 อายุ2เดือน แล้วก็เริ่มเลี้ยงแบบศึกษาดูพฤติกรรม ดูนิสัย การอยู่ การกิน ของไก่งวง ดูอาการของไก่งวงว่าเมื่อเจอฝนเขาเป็นยังไง เมื่อเจอแดดเขาเป็นไง ตอนเช้าเขาทำอะไร ตกค่ำมาเขาทำแบบไหน 

เรียกได้ว่าไม่ให้ห่างเลยคะ จึงมารู้ว่าไก่งวงเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่กันเป็นฝูง และมีผู้นำหรือจ่าฝูงด้วย และมีเคล็ดลับอีกอย่างที่ห้ามมองข้ามคือ อุณภูมิคะมาดูกันว่าเราทำยังไงนะคะเทคนิคการเลี้ยงให้รอดแบบง่ายๆ ตามที่บ้านน้อยเลี้ยงก็จะมีข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆแต่ได้ผลคะ

  • ช่วงซื้อมาตอนอายุ2 เดือนบ้านน้อยใส่กรงแบบโล่งๆและเปิดไฟให้ไออุ่นตอนกลางคืน
  • ช่วงตอนเช้าก็ใส่กล่องหรือลังไม้ที่มารูระบาย นำมาตากแดดให้ร่างกายของเขาอุ่นตลอดเวลา
  • อาหารก็มีอาหารไก่ และ ก็มีสับผักประเภทผักกาดหอมหรือผักสลัดนั่นแหละคะ
  • น้ำก็เปลี่ยนทุกวัน
  • เมื่อไก่งวงเริ่มโต4เดือน บ้านน้อยเริ่มเลี้ยงแบบปล่อย แต่ปล่อยแบบใช้ตาข่ายกั้นเป็นบริเวณกว้างๆภายในสวน เพราะไก่งวงต้องกินหญ้าเสริมจะได้แข็งแรง
  • อาหารให้อาหารไก่ตอนเช้าก่อนปล่อย และตกเย็นก่อนเก็บเข้าคอกก็ใช้อาหารต้อนเขาเข้าคอกหรือเล้าไก่กลางคืนก็เปิดไฟเช่นเดิม
  • ไก่งวงที่บ้านน้อยเลี้ยงมีอายุได้6เดือนกว่าเมื่อเดือนตุลาคม เป็นช่วงผสมพันธุ์และออกไข่ บ้านน้อยก็เริ่มขังไว้ในเล้าไก่ไม่ปล่อยเพราะตามเก็บไข่ยากคะ
  • ไข่ไก่งวงเก็บได้ประมาณวันละ10-20ฟอง ก็นำมาใส่ตู้ฟักตั้งอุณหภูมที่37.0องศา (ตู้ฟักดัดแปลงทำเองจากตู้เย็นเก่าคะ)
  • ช่วงนี้เป็นช่วงที่ไปไหนไม่ได้ เพราะกลัวตู้ฟักเกเร อุณภูมิเพี้ยน น้ำในตู้ฟักน้อยไป หลอดไฟขาด ต้องเฝ้าระวังคะ
  • แล้วก็เป็นวันที่ดีใจที่สุดของการเริ่มเลี้ยงไก่งวงก็คือส่องดูไข่แล้วไข่มีเชื้อ และก็ยิ่งดีใจเมื่อเห็นไข่เริ่มถูกลูกไก่งวงจิกเพื่อออกมาดูโลกภายนอก (วันที่25 พ.ย.60 พอดีเลยคะ วันดี) บางฟองเจอช่วงอากาศเย็นจัดบ้านน้อยก็ช่วยแกะไข่ช่วยลูกไก่งวงด้วยคะ

  • วันสองวันแรกยังให้ลูกไก่งวงอยู่ในตู้ฟัก 

  • วันที่สามก็เริ่มหากล่องหรือลังใส่ลูกไก่งวง บ้านน้อยใช้ตู้ปลาเก่าคะ ใช้กระดาษรองพื้น
  • ให้น้ำ และก็เริ่มสับผักกาดหอมหรือสลัดให้เป็นอาหาร พอได้อาทิตย์หนึ่งก็ค่อยเพิ่มอาหารไก่
  • ทำเหมือนเดิมกับตอนที่ซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาเลี้ยง เพียงแต่เอาใจใส่มากกว่าเดิมเพราะอายุตั้งแต่1วันต้องดูแลไม่ห่างเลย

 

  • ไฟนี่ต้องเปิดตลอด เพราะช่วงนี้อากาศหนาวจัดมาก ถ้าหลอดไฟขาดหรือไฟดับ เป็นเรื่องแน่คะ

  • สายๆมามีแดดก็นำมาตากแดด เหมือนเด็กเล็กๆไม่มีผิด

นี่คือประสบการณ์จริงที่บ้านน้อยทำการเลี้ยงแล้วไก่งวงรอดจน ออกไข่และออกมาเป็นลูกไก่งวงได้สำเร็จดีใจสุดๆคะ เพื่อนๆที่ใกล้เคียงกันก็มีมาแบ่งตอนที่เล็กๆไปเลี้ยงด้วยเหมือนกันแต่ประสบปัญหาเดียวกันคือไก่งวงตายเพราะช็อค เทคนิคและเคล็ดลับไม่มีอะไรมากเลย เพียงแค่ใส่ใจและดูแลมากเป็นพิเศษและก็เรื่องนิสัยของไก่งวงไก่งวงเป็นสัตว์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ประเทศไทยนำเข้ามาเลี้ยง รับรองปัญหาที่เราต้องเจอคือ"อุณหภูมิ" สำคัญที่สุด หากควบคุมอุณภูมิไม่ได้ยังไงก็ไม่รอดแน่นอนคะ และก็ที่สำคัญระวังน้องหมาไว้ให้ดีไม่งั้นละก็อุณภูมิดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่คะ

ตอนแรกๆบ้านน้อยก็คิดว่าจะเลี้ยงแบบเล็กๆเพื่อให้ได้ความรู้ แบ่งเพื่อนแบ่งญาติบ้างและก็แบ่งขายบ้างตามสมควรแต่เลี้ยงไปเลี้ยงมาแล้วเกิดความชอบและรู้หลักว่าทำอย่างไรให้สำเร็จ ตอนนี้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่เลี้ยงไว้ประมาณ50ตัวและที่ภูมิใจคือออกผลผลิตที่เป็นตัวและรอดร้อยเปอร์เซนต์แล้ว70กว่าตัวเห็นจะได้เพราะเมื่อเช้ายังไม่ได้เอาออกจากตู้ฟักอีก12ตัวคะ และบ้านน้อยจะไม่หยุดศึกษาหรือเรียนรู้คะหมดไข่ช่วงนี้บ้านน้อยคิดว่าจะหาแม่พันธุ์เพิ่มอีกสัก10-20ตัวเพื่อให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เอาใจช่วยบ้านน้อยด้วยนะคะ และแฟนๆท่านไหนมีเทคนิคหรือเคล็ดลับดีๆก็แชร์ความรู้และประสบการณ์ให้กับบ้านน้อยด้วยนะคะ

 

สรุปแล้วการทำเกษตรไม่ยากอย่างที่คิด ขอแค่เอาสิ่งที่เราทำเข้ามาไว้ในใจ ไว้ในความรู้สึกก็พอ ขอบคุณคะ